Haveniverse View my profile

[Fanfiction: The Avengers] The Different Call

posted on 24 Apr 2014 23:54 by haveniverse in Fanfiction directory Fiction
* ช่วงนี้โมมาสอนพิเศษน้องอยู่ที่ทุ่งสงค่ะ ใครเป็นคนทุ่งสงช่วยแนะนำร้านกาแฟดีๆกาแฟเข้มนั่งอืดเจ้าของร้านไม่เขม่นให้หน่อยได้ไหมคะ?
 
^จั่วหัวเพราะมันเป็นไพรออริตี้ //โดนตบ
 
อ่านฟิคกันนะ
 
 
 
Title: The Different Call
Rating: T
Category: None
Fandom: The Avengers
Pairing: None
Tag: Natasha Romanoff, Clint Barton, Phil Coulson, Pre-The Avengers, S.H.I.E.L.D Era, Secret Agent Stuffs, Spy Fiction Inaccuracies, The 'How I Met My Partner' Fic, Yes I'm a very punny person, Author can't decide if she wants this one to angst or fluff
Words: 9 820
 
 
Agent Barton was sent to kill me,
he made a different call.
 
 
ในความเป็นจริงแล้ว การจะกล่าวว่าคลินท์กับนาตาชาโตขึ้นมาด้วยกันนั้นไม่ใช่การพูดเกินจริงเสียเท่าไหร่
 
เขากับนาตาชามีความหลังด้วยกันหลายอย่าง, อาจจะฟังดูน้ำเน่าหากพูดอย่างนั้น แต่มันก็เป็นเรื่องจริง พวกเขาทำทุกอย่างด้วยกันมาตลอดชีวิต ทั้งกิน, นอน, ฆ่า และเอาชีวิตรอด ไม่เคยเลยสักครั้งที่เขาจะห่างจากกายของเธอ และเธอก็ไม่เคยที่จะทรยศเขา
 
และทุกครั้งที่คลินท์พูดออกมาว่าเธอเป็นอีกครึ่งของชีวิตเขา มันเป็นความสัตย์จริงอย่างไม่ต้องสงสัย
 
ถ้าจะเล่าเรื่องราวของเขากับแน็ต คลินท์ควรจะเริ่มตอนไหนดีนะ?
 
เสียงลมหวีดหวิวดังเข้ามาในหู และภาพของเด็กหญิงตัวน้อยผมสีเพลิงที่ถูกต้อนไปในตรอกดำมืดอย่างไร้ทางหนีปรากฎขึ้นมาตรงหน้าของเขา
 
เริ่มจากตอนนั้นเลยแล้วกัน
 
 
 
 
 
.
 
 
 
 
 
21 วัน: ภารกิจไล่ต้อนเจ้าหนูสัญชาติรัสเซียของคลินท์ถูกยื้อออกมานานกว่าที่เขาคิด และสถิตินั้นก็ช่างไม่ดีเอาเสียเลยเมื่อคิดว่านี้เป็นงานชิ้นแรกที่เขาได้รับมอบหมายมาหลังจากได้รับการเลื่อนตำแหน่ง
 
แต่ในที่สุดเธอก็ตกมาอยู่ในแหของเขาจนได้ Peek-a-boo!
 
เด็กหญิงตรงหน้าของคลินท์อายุน้อยกว่าตัวเขาเองเสียอีก ซึ่งก็แปลว่า...น้อยมากๆ เธอยังไม่โตเต็มตัวด้วยซ้ำ ใบหน้าที่ถึงแม้จะเปรอะเปื้อนไปด้วยเขม่าและเลือดที่แห้งเป็นเกล็ด แทนที่จะปกปิดความอ่อนเยาว์ของอายุกลับตอกย้ำมันให้เด่นชัด มันทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะนึกถึงภาพถ่ายของเหล่าเด็กน้อยที่เหลือรอดมาจากสงคราม แม้แต่สีหน้าที่เต็มไปด้วยความเศร้าโศกฝังลึกของเธอก็ให้ความรู้สึกนั้น
 
ด้วยโครงหน้าที่ยังไม่ทันเรียวเป็นสาวและแขนสองข้างเล็กเสียจนไม่น่าจะแบกปืนไหว ร่างของนาตาเลีย โรมาโนวาดูเล็กลงไปอีกเมื่อเธอเลือกที่จะกดแผ่นหลังของตนติดผนังของตรอก ยอมให้เงามืดกลืนเธอเข้าไป การกระทำนั้นอาจจะไม่ได้มาจากความหวาดกลัว แต่คลินท์ก็มองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเธอหวงแหนชีวิตที่กำลังจะหลุดออกจากมือของตนมากเพียงไร ทุกอย่างในภาพที่เขาเห็นกรีดร้องใส่หน้าเขาว่ามัจจุราชตรงหน้านั้นช่างไร้เดียงสาอย่างน่าปวดใจ
 
ช่างไร้เดียงสา มีเพียงดวงตาของเธอที่ดูกร้านโลกเสียจนแม้แต่เขายังอยากจะเบือนหนี ช่างเป็นดวงตาที่ฉายความเกลียดชังต่อโลกทั้งใบอย่างชัดเจน ดวงตาของผู้ที่ได้เห็นความโหดร้ายของมนุษย์และเลือกที่จะทอดทิ้งพระเจ้า คลินท์มองดวงตาคู่นั้นอย่างเศร้าใจ อดไม่ได้ที่จะยกใบหน้าของน้องสาวทั้งหลายของเขาในคณะละครสัตว์ที่เขาเคยเรียกว่าครอบครัวมาเปรียบเทียบ ใบหน้าของพวกเธอมักจะเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม เปื้อนไปด้วยเสียงหัวเราะ ช่างแตกต่างจากมัจจุราชผมสีเพลิงผู้นี้
 
ตัวคลินท์เองก็อาจจะพรากชีวิตมาหลายชีวิต แต่แม้แต่ดวงตาของเขาก็ยังไม่ไร้แสงเช่นแม่ตุ๊กตารัสเซียตรงหน้า มือเล็กๆของเธออาจจะเปื้อนเลือดมาพอๆกับมือของเขา แต่ไหล่บางนั้นสามารถแบกรับความรู้สึกผิดได้มากเพียงใดก่อนที่มันจะแตกเป็นเสี่ยง?
 
นาตาเลีย โรมาโนวา; เธออาจจะเป็นหุ่นเชิดสังหารของพวกรัสเซีย แต่เธอก็มีความเป็นมนุษย์มากกว่าเขา
 
อีกอย่าง ไม่ว่าเธอจะมีเศษความเป็นคนเหลืออยู่มากหรือน้อยเพียงไร เธอก็ยังเด็กไปที่จะมาตายตอนนี้
 
ดวงตาของเธอจ้องตรงมาที่ปากกระบอกปืนในมือของเขาราวกับจะท้าทาย ไม่มีเสียงร้องขอชีวิต แม้แผ่นหลังจะจนตรอกและแม้ความกลัวจะกำลังโอบกอดร่างของเธอ มิสโรมาโนวาก็ยังยืดตัวเต็มความสูงประจันหน้าเขา ...ช่างหยิ่งยะโส
 
ในวินาทีนั้น คลินท์มั่นใจว่าหากเขาลั่นไกปืนในมือออกไป ดวงตาคู่นั้นจะตามหลอกหลอนเขาไปชั่วชีวิต ทุกครั้งที่เขามองเข้าไปในกระจก เขาจะเห็นมรกตคู่นั้นสะท้อนกลับมาในตาของตน และนั่นเองก็กลับทำให้เขารู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา
 
"ท่านครับ" เสียงลูกน้องของเขาดังมาข้างหลัง คำเรียกแสดงความเคารพตามยศที่สูงกว่าหากแต่ไร้ความจริงใจ แม้เขาจะมียศสูงที่สุดในที่นี้ แต่คลินท์ก็อายุน้อยกว่าเอเจนต์ในทีมไปโข ถ้าเขาไม่เร่งมือจบภารกิจนี้ เขาคงจะถูกตราหน้าว่าเป็นคนอ่อนแอและไร้ความเด็ดขาด
 
ฟังไม่เหมือนการเริ่มต้นตำแหน่งใหม่ที่สวยงามเสียเท่าไหร่
 
ศูนย์ของปืนของคลินท์ยังคงเล็งอยู่บนศีรษะของเด็กตรงหน้าเป็นเป้า คลินท์รู้สึกถึงฝ่ามือของเขาที่ชื้นไปด้วยเหงื่อ รู้สึกถึงความร้อนไม่เป็นธรรมชาติแผ่ออกจากด้ามปืนสะท้อนกลับมายังผิวของเขา และในวินาทีนั้นคลินท์ก็คิดถึงความหยาบกร้านของคันศรเมื่อถูกกระชับในอุ้งมือของเขาขึ้นมาจับใจ ไม่ใช่เพราะมันจะช่วยให้เขาปลิดชีวิตคนตรงหน้าได้สะดวกขึ้นหรอก แต่คลินท์เพียงต้องการถือมันไว้ในมือ... อย่างน้อยก็เพื่อความสบายใจ
 
เมื่อเห็นเขาไม่ลั่นไกเสียที เป้านิ่งตรงหน้าของเขาก็ตวาดอะไรออกมาสักอย่างในภาษาแม่ของตน แม้จะไม่เข้าใจ, ความกราดเกรี้ยวในน้ำเสียงนั้นก็มากพอที่จะทำให้คลินท์สะดุ้ง
 
คลินท์อาจจะเป็นฝ่ายที่ถือปืน แต่เขารู้สึกราวกับตัวเองเป็นฝ่ายที่จนตรอก
 
"เอเจนต์บาร์ตัน..." เสียงลูกน้องคนเดิมดังขึ้นอีกครั้ง แต่เสียงเดียวที่คลินท์ได้ยินคือเสียงจากนัยน์ตาของเด็กสาว สะท้อนโหยหวน ดังเสียจนเขา...
 
"จับเป็น" คลินท์ประกาศ โยนปืนในมือไปยังคนที่อยู่ข้างหลังของเขา
 
"ท่านครับ เอกสารเขียนไว้ชัดว่าให้จับตาย"
 
"ฉันมียศสูงที่สุดในที่นี้ไม่ใช่รึไง?" น้ำเสียงของเขาตรึงเครียด คลินท์รู้ดีว่าผลกระทบที่จะตามมาจากการขัดคำสั่งของเขาจะร้ายแรงเพียงใด แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ... "จับเป็น"
 
"แต่..."
 
"ที่ฉันพูดไปชัดเจนไม่พอรึไง, เอเจนต์?" คลินท์หันไปประจันหน้าผู้ถาม ครั้งนี้น้ำเสียงข่มขู่อย่างไม่คิดจะปิดบัง เขาเลิกคิ้วขึ้น ราวกับจะท้าทายเสียงค้านใดๆ
 
Speak now or forever hold your peace, motherfuckers 
 
ลำกล้องของปืนทุกกระบอกถูกลดลงอย่างพร้อมเพรียง คลินท์แสยะ "ฉันก็ว่างั้นแหละ" เขาทิ้งท้ายก่อนหันกลับไปมองเจ้าหนูผมแดงที่ยังคงมีชีวิตอยู่ ยังคงหายใจ ยังคงจ้องตรงมาที่เขาด้วยสายตาที่คลินท์ประเมินไม่ได้
 
คลินท์ย่างสามขุมเข้าไปล็อคกุญแจมือลงที่ข้อมือบอบบางนั่น ถอนหายใจให้กับสายตาวาวโรจน์ไม่พอใจที่ถูกส่งมาจากรอบทิศ รวมถึงจากเด็กน้อยตรงหน้าของเขาด้วย
 
เอเจนต์โคลสันรู้เรื่องนี้เมื่อไหร่ เขาตายแน่
 
 
 
 
.
 
 
 
 
ปรากฎว่าเอเจนต์โคลสันได้รับข่าวเร็วว่าที่คลินท์คิด ต้องขอบคุณเพื่อนร่วมทีมและผู้ใต้บังคับบัญชาทั้งหลายที่ซื่อสัตย์ต่อเขาเหลือเกิน
 
"คำสั่งบอกให้จับตาย" น้ำเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นมาข้างหลัง คลินท์กลอกตากับตัวเองก่อนหันไปประจันหน้าผู้คุ้มครองของตน
 
"ผมนึกว่าผมสั่งไม่ให้พวกลิ่วล้อข้างนอกปล่อยให้ใครเข้ามาในนี้เสียอีก" คลินท์ยิ้มสู้ 
 
"นายยังยศต่ำกว่าฉัน" ฟิลพูดอย่างสงบ ไร้ความเมตตาในดวงตา และคลินท์ก็ไม่ชอบสีหน้านั้นเอาเสียเลย "และฉันก็ไม่ใช่แค่ใคร"
 
คลินท์มองหน้าเอเจนต์โคลสันอย่างชั่งใจ และเขาก็...
 
"ผมใจอ่อน ผมทำภารกิจนี้พัง ผมขอโทษ โอเคไหม?" ...ตัดสินใจสารภาพความจริงหมดเปลือกทุกอย่าง "จะส่งผมไปประจำการอิรักหรือลงโทษผมยังไงก็ได้ แค่เพราะผมไม่ฆ่าเด็กคนหนึ่ง" ท้ายประโยคยังอดไม่ได้ที่จะตวัดตัดพ้อ ดวงตาของคลินท์ตกลงไปอยู่ที่ปลายรองเท้าของตัวเองโดยอัตโนมัติ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของโคลสันเถอะที่จะทำให้คลินท์รู้สึกเหมือนเขากำลังอยู่ในห้องฝ่ายปกครองเขาไม่เคยเข้าโรงเรียนด้วยซ้ำ 
 
โคลสันไม่ว่าอะไรต่อ คลินท์ก็ได้แต่จ้องปลายรองเท้าของตนไปเรื่อยๆ ตาของเขาซูมเข้าไปถึงอณูของฝุ่นและก้อนดินที่ติดมาจากที่ต่างๆ เขาเพ่งจนเขามั่นใจว่าหากเขาไม่หยุดเพ่ง อีกสักพักเท้าของเขาก็คงจะลุกเป็นไฟ
 
และแล้วเสียงถอนหายใจดังขึ้นมาจากเหนือหัว คลินท์หลับตาแน่นทันทีกับเสียงนั้น กรามของเขาขบและไหล่สองข้างตั้งเกร็งขึ้นในทันที เฝ้ารอจังหวะที่หมัดหนักจะลอยมากระทบตัว
 
ภาพอดีตของการทำงานในคณะละครสัตว์ลอยกลับเข้ามาในหัว ทุกคนเป็นมิตรเป็นครอบครอบที่เปี่ยมด้วยความรัก แต่หากเขาทำพลาด เขาก็ต้องได้รับการลงโทษ การลงโทษที่อย่างน้อยสุดอาจจะเป็นแค่หมัดสองหมัด หรือการถูกฟาดด้วยแส้ม้า ไม่เป็นไร... คลินท์ทำใจกับเรื่องพวกนี้ได้
 
โคลสันอาจจะไม่เคยใช้กำลังกับเขา แต่ทุกอย่างต้องมีครั้งแรกไม่ใช่รึไง
 
แต่ผิดคาด โคลสันเพียงแต่เอื้อมมือออกมาสัมผัสไหล่ซ้ายของเขาเบาๆ ถึงเพียงแค่นั้นร่างทั้งร่างของคลินท์สะดุ้งโหยงอย่างห้ามไม่ได้ ฟิลพักมือของเขาไว้ตรงนั้น แสดงเจตจำนงชัดเจนว่าเขาไม่คิดจะยกมันออกในเร็วๆนี้ "มิสโรมาโนวาไม่ใช่แค่เด็กที่ไหน เธอเป็นสปาย เป็นนักฆ่า เป็นหุ่นยนต์" 
 
"เธอถูกล้างสมอง" เสียงเด็กหนุ่มอายุน้อยกว่าแย้งอุบอิบ
 
"ไม่มีหลักฐานในเรื่องนั้น เอเจนต์บาร์ตัน และถึงมันเป็นเรื่องจริงนั้นก็ไม่ได้เปลี่ยนความจริงที่ว่าเธอฆ่าคนมาแล้วเกือบหลักร้อย"
 
"ผมฆ่าคนมาแล้วเหมือนกัน ถึงจะเริ่มช้ากว่าเธอ คุณก็ฆ่าคนมาแล้วเกือบร้อยกว่าจะได้รับตำแหน่งนี้ หรือคุณกำลังจะบอกว่าตราบใดที่ไกปืนถูกเหนี่ยวในนามของสหรัฐ เราก็จะรอดพ้นออกจากการถูกตราหน้าว่าเป็นฆาตกร"
 
โคลสันถอนหายใจ...อีกครั้ง ผู้ดูแลของเขาคนนี้ถอนหายใจบ่อยเสียยิ่งกว่าอะไร มันทำให้ใบหน้าขรึมเกินอายุของเขาดูแก่ขึ้นไปอีก โคลสันละตัวออกไปลากเก้าอี้มานั่งที่ฝั่งซ้ายของคลินท์ มองตรงไปยังนาตาเลียที่หมดสติอยู่บนเตียงข้างหน้า 
 
"นายวางยาเธอ"
 
"แน่นอนอยู่แล้ว ถึงผมจะฆ่าเธอไม่ลงมันก็ไม่ได้หมายความว่าผมไม่รู้ว่ายัยเปี๊ยกนี้อันตรายขนาดไหน" คลินท์พูด ความหงุดหงิดดื้อดึงแบบเด็กๆเริ่มก่อในโทนเสียง ทำไมคนรอบตัวถึงคิดว่าเขาโง่ขนาดนั้นนะ แค่เพราะเขาทำใจฆ่าเด็กคนนี้ไม่ได้...
 
"นายทำแผลให้เธอด้วย?"
 
"ครับ" คลินท์ถอนหายใจ "และก่อนที่คุณจะพูดอะไร- ใช่ ผมนั่งเฝ้ายามเธอด้วย เพราะผมไม่ไว้ใจพวกข้างนอกนั่น เหมือนกับที่ผมไม่ไว้ใจให้พวกเขาทำแผลให้เธอ" เขาชะงักเพียงชั่วครู่ แต่ก็ตัดสินใจเสริมต่อด้วยน้ำเสียงขมขื่น "ผมรู้จักทหารประเภทนี้ดี เขาจะฆ่า จะทำร้าย จะข่มขืนใครก็ได้ภายใต้ความคุ้มครองของธงอเมริกัน"
 
ทำไมคลินท์จะไม่รู้ ก่อนหน้าที่เขาจะมาเป็นผู้ล่าใต้สังกัดของรัฐบาล เขาก็เคยเป็นผู้ถูกล่ามาก่อน
 
ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าคนพวกนี้จะเลวได้ขนาดไหน เพราะอย่างนี้ยังไงล่ะ คลินท์ถึงทำใจปลิดชีวิตเด็กตรงหน้าไม่ลง เพราะมีคำว่า'ถ้าหาก'คำเล็กๆมาจุกที่คอของเขาอยู่ ถ้าหากเธอเป็นเหมือนเขาในอดีตล่ะ? ถ้าหากโทษประหารที่ถูกตัดสินมามันรุนแรงเกินไปสำหรับกรรมที่เธอก่อ? อีกอย่าง-
 
เธอยังเด็กนัก
 
"คลินท์..." โคลสันพูดเบาๆ ราวกับจะปลอบโยน ยื่นมือออกมาช้าๆอีกครั้งราวกับพยายามจะเข้าหาสัตว์บาดเจ็บที่กำลังตื่นกลัว "คำสั่งออกมาบอกให้จับต..."
 
!!!
 
ก่อนที่คลินท์จะห้ามตัวเองทันหรือแม้กระทั่งก่อนที่เขาจะฟังผู้ดูแลของตนพูดจบประโยค คลินท์ก็ปัดมืออันเป็นมิตรที่ยื่นมาทางเขา ก่อนกระโจนออกจากที่นั่ง ในวินาทีถัดมา ร่างของนาตาเลีย โรมาโนวาก็ลอยเข้ามาอยู่ในอ้อมแขนของเขา ขาของคลินท์พาเขาเผ่นออกจากประตูรถตู้พยาบาลภายในช่วงสามก้าว
 
และสามก้าวก็เป็นระยะทางที่ยาวที่สุดที่เขาพาตัวเองออกไปได้จริงๆ เพราะราวกับจะสติเพิ่งตามกายหยาบมาทันในภายหลัง คลินท์ชะงักฝีเท้าของตัวเองกึก ร่างทั้งร่างแข็งอยู่กับที่ราวกับเขาเพิ่งรู้ตัวว่าตนทำอะไรลงไป
 
คลินท์รู้สึกถึงร่างของฟิล ยืนอยู่ตรงนั้น- ยืนมองเขาอย่างประเมินมาจากประตูรถพยาบาลที่เปิดกว้าง คลินท์รู้สึกถึงเม็ดเหงื่อเย็นเฉียบจับตัวขึ้นที่หลังคอของเขา และเขาก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากคู้ตัวย่อลง ประชับแขนทั้งสองข้างให้ร่างเด็กน้อยนักโทษเข้าชิดใกล้แผ่นอกของตนมากขึ้น
 
สายตาของฟิลยังอยู่นั้น ไม่ละออกจากเขา คลินท์รู้สึกถึงมัน สายตาที่เป็นราวกับพิษงูกดเส้นประสาทไม่ให้เขาขยับไปไหน
 
คลินท์ไม่กล้าที่จะหันไปเผชิญสายตานั้น แต่เขาก็ไม่กล้าที่จะก้าวเท้าวิ่งเตลิดออกไปเช่นกัน เขาอยากจริงๆที่จะช่วยเจ้าหญิงนิทราในอ้อมกอด แต่ราวกับว่าเซลล์ทุกเซลล์ในร่างกายของเขาต่อต้านความคิดจะทรยศฟิล คลินท์ก้าวเท้าวิ่งออกไปไม่ได้
 
"เอเจนต์บาร์ตัน"
 
เสียงของฟิลขานชื่อ
 
"ครับท่าน"
 
คลินท์ตอบ น้ำเสียงสั่น
 
"นี้เป็นวิธีการตอบแทนบุญคุณของนายรึไง? วิธีการแสดงความซื่อสัตย์ต่อฉัน"
 
คลินท์หลับตาลง อยากจะยกมือขึ้นมาปิดหน้าถ้าเขาไม่ได้กำลังอุ้มเด็กน้อยผมสีเพลิงอยู่อย่างนี้ "อย่ายกเรื่องนั้นขึ้นมาพูดเถอะครับท่าน คุณเป็นคนพาผมเข้ามาทำงานที่นี้ก็จริง แต่ผมเป็นฝ่ายช่วยชีวิตของคุณในตอนแรก คุณช่วยผมให้รอดออกจากหมายคดีที่ผมไม่ได้ก่อ และผมก็ช่วยจับคนร้ายที่แท้จริงมาให้ พูดกันตามตรงแล้วผมคิดว่าพวกเราไม่มีอะไรติดค้างกัน ตั้งแต่ผมเริ่มมาทำงานที่ S.H.I.E.L.D- พวกเราเริ่มจากศูนย์" เริ่มจากศูนย์... ไม่มีอะไรติดค้าง... ใช่ น้ำเสียงของคลินท์ตอนนี้สั่นเสียจนแม้แต่เขาก็ไม่เชื่อคำพูดของตัวเอง "และถ้าคุณจะยกเรื่องการเลื่อนตำแหน่งขึ้นมาพูด ผมขอออกตัวไว้ตรงนี้เลยว่าผมไม่ถือว่ามันเป็นบุญคุณ ผมยอมรับตำแหน่งนี้เพียงเพราะผมเห็นแก่คุณด้วยซ้ำ ในความจริงแล้วผมไม่เคยต้องการมัน ผมไม่เห็นค่าของการถูกยัดปืนใส่ในมือเสียเท่าไหร่"
 
"ถ้าฉันจะยกเอายศที่สูงกว่าขึ้นมาขู่ก็คงไม่ได้ผลเหมือนกันสินะ?"
 
"ท่านครับ" คลินท์กลืนน้ำลายที่เหนียวหนืดลง รวบรวมความกล้าเพื่อหันกลับไปมองอีกฝ่าย ตรงกันข้ามกับเขา ฟิลยังคงความสงบไว้บนใบหน้าได้อย่างไร้ที่ติ ดูเรียบเฉยและมั่นใจเสียจนคลินท์อดไม่ได้ที่จะลังเลกับการตัดสินใจของตัวเองขึ้นมา "ดูเธอสิครับ" คลินท์ก้าวเท้าหลับไปยังใต้แสงไฟ ยอมเปิดตัวเองเป